กงสุลใหญ่ฯ เข้ากราบนมัสการรองเจ้าอาวาสวัดต้าสือเอิน (วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่) พร้อมหารือการแลกเปลี่ยนด้านพระพุทธศาสนาไทย-ส่านซี

กงสุลใหญ่ฯ เข้ากราบนมัสการรองเจ้าอาวาสวัดต้าสือเอิน (วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่) พร้อมหารือการแลกเปลี่ยนด้านพระพุทธศาสนาไทย-ส่านซี

วันที่นำเข้าข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

| 18 view

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นางสาวเบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้เข้ากราบนมัสการพระอาจารย์เต้าหง (Dao Hong) รองเจ้าอาวาสวัดต้าสือเอิน (วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่) เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับมณฑลส่านซี

วัดต้าสือเอินเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่สำคัญที่สุดของจีน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 648 ในสมัยราชวงศ์ถังโดยจักรพรรดิถังเกาจง เพื่ออุทิศพระราชกุศลแด่พระราชมารดา จึงมีความสำคัญทั้งในด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ที่พระถังซัมจั๋ง (พระภิกษุเสวียนจั้ง) เคยจำพรรษา ศึกษา และแปลพระคัมภีร์ที่อัญเชิญมาจากชมพูทวีป ภายในวัดมี “เจดีย์ห่านป่าใหญ่” ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระคัมภีร์ พระพุทธรูป และพระบรมสารีริกธาตุที่พระถังซัมจั๋งอัญเชิญกลับมา โดยปัจจุบันถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของนครซีอาน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2014 ในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม

ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติและความสำคัญของวัดต้าสือเอินและเจดีย์ห่านป่าใหญ่ บทบาทของพระถังซัมจั๋งในการแปลและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์มรดกทางพระพุทธศาสนา การบริหารจัดการวัดและโบราณสถาน และการส่งเสริมความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทย–จีน ในอนาคต

นอกจากนี้ คณะสถานกงสุลใหญ่ฯ ยังได้เยี่ยมชมโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญภายในวัด ได้แก่ เจดีย์ห่านป่าใหญ่ พระวิหารหลัก หอกวงหมิง และหอประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ซึ่งองค์การพุทธศาสนิก-สัมพันธ์แห่งโลกได้ถวายแก่วัดต้าสือเอินเมื่อปี 2557 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช อันเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นด้านพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและจีน

ในโอกาสนี้ กงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ยินดีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและจีน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ อันจะช่วยสานต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

**************

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ