สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน อำนวยความสะดวกคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ของไทย เยือนมณฑลกานซู เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย–จีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน อำนวยความสะดวกคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ของไทย เยือนมณฑลกานซู เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย–จีน

วันที่นำเข้าข้อมูล 5 ก.พ. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 ก.พ. 2569

| 42 view

เมื่อวันที่ 7–10 มกราคม 2569 นายพนา สถิตศาสตร์ รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน พร้อมด้วยนายอัคคณิต คามเกตุ กงสุล และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้ดำเนินการประสานงานกับสำนักงานการต่างประเทศมณฑลกานซูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ล่วงหน้า ก่อนการเดินทางของคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ร่วมอำนวยความสะดวกและติดตามภารกิจของคณะในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 8–9 มกราคม 2569

ภารกิจสำคัญของคณะประกอบด้วยการเยี่ยมชมหน่วยงานด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงของจีน โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 คณะได้เยี่ยมชมบริษัท LanZhou Ion Therapy Co., Ltd. (LANITH) ผู้พัฒนาเครื่องรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีไอออนหนัก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฉายรังสีที่มีความแม่นยำสูง สามารถลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ และเหมาะสำหรับมะเร็งที่อยู่ในตำแหน่งลึกหรืออ่อนไหวต่อรังสี ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวมีการใช้งานแล้วที่ศูนย์รักษาด้วยอนุภาคหนักอู่เวย และศูนย์ฯ สาขานครหลานโจว

ในวันเดียวกัน คณะได้เยี่ยมชมศูนย์รักษาด้วยอนุภาคหนักอู่เวย ณ โรงพยาบาล Wuwei Heavy Ion Hospital ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของจีนด้านการรักษามะเร็งด้วยคาร์บอนไอออน เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 และมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาสะสมกว่า 2,500 ราย รวมถึงผู้ป่วยจากต่างประเทศ ศูนย์ดังกล่าวมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ที่พัฒนาในประเทศ และแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การรักษาไปจนถึงการฟื้นฟู

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 คณะได้เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรมการนวดแผนไทยและห้องปฏิบัติการวิจัยร่วมจีน–ไทย ด้านการแพทย์แผนโบราณ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนมณฑลกานซู พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการจัดทำหลักสูตรนวดไทยสำหรับแพทย์แผนจีน โดยกระทรวงสาธารณสุขไทยได้จัดการฝึกอบรมแพทย์แผนจีนรุ่นแรก จำนวน 22 คน ระหว่างวันที่ 12–23 มกราคม 2569

นอกจากนี้ ยังมีการหารือทวิภาคีระหว่างฝ่ายไทยและผู้ว่าการมณฑลกานซู เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขภายใต้กรอบความร่วมมือไทย–จีน ครอบคลุมการแพทย์แผนโบราณ อุปกรณ์การแพทย์ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรและองค์ความรู้

การเยือนครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือไทย–จีนด้านการแพทย์ ทั้งในมิติของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร และการวิจัยร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ยกระดับคุณภาพการรักษาโรคมะเร็ง และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

****************************

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ