กงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน เข้าเยี่ยมคารวะรองผู้ว่าการมณฑลส่านซี ผลักดันความร่วมมือไทย–ส่านซี และความสัมพันธ์ระดับประชาชน

วันที่นำเข้าข้อมูล 13 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 ส.ค. 2569

| 75 view

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นางสาวเบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายหลี่ จิ่วหง รองผู้ว่าการมณฑลส่านซี ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งกงสุลใหญ่ฯ และหารือแนวทางยกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับมณฑลส่านซีให้มีความใกล้ชิด ยั่งยืน และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองฝ่าย

รองผู้ว่ามณฑลส่านซีให้ข้อมูลว่า มณฑลส่านซีเป็นทั้งแหล่งกำเนิดของอารยธรรมจีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งเป็นมณฑลบ้านเกิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มีพื้นที่ราว 205,000 ตารางกิโลเมตรมีประชากร 39 ล้านคน GDP ปี 2568 อยู่ที่ 3.65 ล้านล้านหยวน เป็นมณฑลที่มีแรงงานคุณภาพและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี เป็นผู้นำด้าน EV / Semiconductor และนวัตกรรมการผลิต นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของจีน โดยมีถ่านหิน (ลำดับ 4 ของจีน) ก๊าซธรรมชาติ (ลำดับ 2 ของจีน) และน้ำมัน (ลำดับ 3 ของจีน)

กงสุลใหญ่ฯ ขอบคุณรัฐบาลมณฑลส่านซีที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสถานกงสุลใหญ่ฯ ด้วยดีเสมอมา พร้อมย้ำความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลมณฑลส่านซีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมแล้ว อาทิ การจัดงานสัมมนา Thailand–Shaanxi Investment & Cooperation Forum 2026 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 การจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยไทย–จีน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และการเปิดใช้ Wechat Official ของสถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อบริการด้านกงสุลให้กับทั้งชาวจีนและชาวไทยในส่านซี รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจด้วยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า มณฑลส่านซีและนครซีอานมีศักยภาพในการขยายความร่วมมืออีกมากในด้านการค้าปีที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้ากว่า 4.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวกว่าร้อยละ 30 ส่วนด้านการลงทุน มีเอกชนจากส่านซีลงทุนในไทยจำนวน 16 โครงการ มูลค่า 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนคณะธุรกิจ การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน พร้อมเชิญชวนบริษัทส่านซีใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมโยงตลาดอาเซียน ในขณะที่ไทยจะใช้ส่านซีเป็นประตูสู่จีนตะวันตก เอเชียกลาง และยุโรป

ในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายมีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก การส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันจะช่วยเพิ่มพูนการไปมาหาสู่ระหว่างภาคประชาชนและนำไปสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ในขณะที่การส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการร่วมพัฒนาด้านเทคโนโลยีระหว่างกันสอดรับกับนโยบาย
การพัฒนาคุณภาพสูงของจีนและประเทศไทยด้วย

ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะร่วมส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ส่านซี สร้างพลวัตในทุกมิติ โดยเน้นเลือกความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

********************

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ