วันที่นำเข้าข้อมูล 8 พ.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 8 พ.ค. 2569
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง “เศรษฐกิจจีน” หลายคนมักให้ความสนใจกับเมืองใหญ่ทางชายฝั่งทะเลตะวันออก เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง หรือเจ้อเจียง แต่ในความเป็นจริง “จีนตะวันตก” กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะมณฑลกานซู่ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative: BRI) และเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมจีนตอนในกับเอเชียกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันตก
เมืองจินชาง: การเปลี่ยนผ่านจาก “เหมืองแร่” สู่ “วัสดุใหม่” หลายคนอาจยังจดจำมณฑลกานซู่ในภาพของพื้นที่แห้งแล้ง เมืองอุตสาหกรรมดั้งเดิม หรือดินแดนแห่งเส้นทางสายไหมโบราณ มากกว่าจะเชื่อมโยงกับ “เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต” แต่ปัจจุบัน มีหนึ่งเมืองในมณฑลกานซู่ที่กำลังถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะฐานการผลิตด้านพลังงานใหม่ของจีน และเมืองนั้นคือ “เมืองจินชาง” เมืองอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตโลหะและเหมืองแร่แบบดั้งเดิม สู่ศูนย์กลางด้านวัสดุใหม่และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนตะวันตก
ช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 บริษัท Jinchuan Group หนึ่งในรัฐวิสาหกิจด้านโลหะและวัสดุรายใหญ่ของจีน ประกาศความสำเร็จในการเดินเครื่องโครงการผลิตวัสดุ “Polyvinylidene Fluoride (PVDF)” ขั้นสูง มีกำลังการผลิต 20,000 ตันต่อปี และสามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นครั้งแรก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งบริษัทและ
ภาคพลังงานใหม่ของจีน
โครงการดังกล่าวมีชื่อเต็มว่า “โครงการผลิต PVDF ขั้นสูง กำลังการผลิต 20,000 ตันต่อปี (ระยะที่ 1)” ตั้งอยู่ในเขตจินชวน เมืองจินชาง มณฑลกานซู่ มีมูลค่าการลงทุนรวม 1.098 พันล้านหยวน (ราว 5.5 พันล้านบาท) โดยได้รับการก่อสร้างจากบริษัท China National Chemical Engineering Sixth Construction Co., Ltd.
PVDF คืออะไร? และทำไมถึงเป็น "หัวใจ" ของ EV หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การผลิต “PVDF” ซึ่งเป็นวัสดุเคมีประสิทธิภาพสูงที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียม พลังงานแสงอาทิตย์ และวัสดุเคลือบระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานเคมีทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จีนในการเสริมสร้าง “ความมั่นคงด้านเทคโนโลยีและวัสดุพลังงานใหม่” เนื่องจากที่ผ่านมา เทคโนโลยีการผลิต PVDF ขั้นสูงถูกผูกขาดโดยต่างประเทศมาเป็นเวลานาน และจีนยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าบางส่วน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเทียมคุณภาพสูง ด้วยเหตุนี้ บริษัท Jinchuan Group เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตด้วยตนเอง เพื่อสร้างความสามารถในการควบคุม “ห่วงโซ่มูลค่า” ทั้งระบบ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายทาง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มสำคัญของจีนในปัจจุบัน คือ การลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเร่งสร้างระบบอุตสาหกรรมที่ “ควบคุมได้ด้วยตนเอง” มากขึ้น
จีนกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมของตนเอง อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ โครงการนี้ช่วยเติมเต็ม “ระบบนิเวศอุตสาหกรรม” แบตเตอรี่ลิเทียมของเมืองจินชางให้สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ พื้นที่ดังกล่าวมีฐานการผลิตวัสดุขั้วบวก ขั้วลบ และอิเล็กโทรไลต์อยู่แล้ว การเพิ่มกำลังการผลิต PVDF ซึ่งใช้ในวัสดุแยกชั้นและส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่ จึงถือเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ที่ช่วยยกระดับเมืองจินชางให้กลายเป็นฐานอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ที่ครบวงจรมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนบทบาทของมณฑลกานซู่ จากพื้นที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่และโลหะหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมวัสดุใหม่ พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสีเขียวของจีนตะวันตก ซึ่งทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางของจีนภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ที่มุ่งผลักดัน “พลังการผลิตคุณภาพใหม่” ผ่านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง วัสดุใหม่ และพลังงานแห่งอนาคต
Q: ไทยได้อะไรจากความเคลื่อนไหวครั้งนี้
A: BIC นครซีอาน เห็นว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ไทยควรจับตาอย่างยิ่ง เนื่องจากไทยกำลังผลักดันอุตสาหกรรม EV และตั้งเป้าพัฒนาเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสำคัญของอาเซียน ขณะที่ “แบตเตอรี่” และ “วัสดุสำหรับแบตเตอรี่” กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันอุตสาหกรรมโลกในระยะต่อไป
การที่จีนเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานวัสดุพลังงานใหม่แบบครบวงจร อาจเปิดโอกาสให้ไทยสามารถเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้ประกอบการจีนในด้านต่าง ๆ เช่น การลงทุนด้านวัสดุแบตเตอรี่ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานร่วมกันในภูมิภาค
ในอีกด้านหนึ่ง ไทยยังสามารถเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทางของ Jinchuan Group ซึ่งใช้จุดแข็งด้านทรัพยากรและฐานอุตสาหกรรมเดิมมาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพัฒนา “คลัสเตอร์อุตสาหกรรม” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการใช้งานจริง ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายของตนในอนาคต
นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรม EV ในอนาคต อาจไม่ได้อยู่เพียงที่การประกอบรถยนต์ แต่รวมถึงความสามารถในการควบคุมวัสดุต้นน้ำ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และห่วงโซ่อุปทานสำคัญของอุตสาหกรรมด้วย
ภายใต้กระแสการแข่งขันด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสีเขียวที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก ความเคลื่อนไหวของเมืองจินชางจึงอาจไม่ได้เป็นเพียงข่าวเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นของจีน หากแต่สะท้อนถึง “ทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลก” ที่ไทยไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การแข่งขันด้านพลังงานใหม่ เทคโนโลยีสีเขียว และห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV กำลังกำหนดสมดุลเศรษฐกิจโลกยุคใหม่อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่สนใจขอรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสการสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Email: [email protected]
เขียนโดย นางสาวอรัญญา รุ่งเรือง
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน
แหล่งที่มา
Office Hours : Mon-Fri, 09.00-12.00 hrs. and 13.30-17.00 hrs.
Consular Section
VISA inquiries : +(86-29) 6125 3668 ext 801 Monday - Friday 15.00 - 17.00 hrs.
Thai citizen, please contact (+๘๖) ๑๘๒๐๒๙๒๑๒๘๑ for an appointment.