จากอูฐสู่ขบวนรถไฟ “ฉางอันห้าว” โอกาสสินค้าไทยสู่ตลาดจีนตอนในและตลาดตะวันตก

วันที่นำเข้าข้อมูล 16 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 16 ต.ค. 2569

| 51 view

ChatGPT_Image_2026年9月17日_15_55_21

เมื่อ 2,000 ปีก่อน นครซีอานเคยเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม กองคาราวานที่บรรทุกผ้าไหม ชา เครื่องเทศ และสินค้าจากจีนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เอเชียกลางและยุโรป โดยมีอูฐเป็นพาหนะสำคัญในการลำเลียงสินค้า ผ่านเส้นทางการค้าที่ยาวไกล เชื่อมโยงผู้คน สินค้า และอารยธรรมจากโลกตะวันออกสู่โลกตะวันตก

วันนี้ภาพของเส้นทางสายไหมกำลังเปลี่ยนไปจากกองคาราวานอูฐสู่ขบวนรถไฟสินค้าขนาดใหญ่ เมื่อเสียงหวูดของรถไฟจีน–ยุโรป “ฉางอันห้าว” (China Railway Express, Chang’An’Hao) ดังขึ้นจากนครซีอาน ก่อนมุ่งหน้าสู่เอเชียกลาง รัสเซีย และยุโรป เส้นทางที่ครั้งหนึ่งเคยอาศัยแรงของอูฐและใช้เวลาเดินทางเป็นเวลาหลายเดือนกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยระบบขนส่งสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงเมืองและตลาดต่าง ๆ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ท่าเรือบก” ของนครซีอาน สู่ประตูการค้าจีนตะวันตก หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเติบโตของนครซีอาน คือ ท่าเรือนานาชาติซีอานฉ่านป้า (Xi'an Chanba International Port) ซึ่งเป็นฐานสำคัญของศูนย์รวมขบวนรถไฟจีน–ยุโรป และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศของเมือง

ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของนครซีอาน มณฑลส่านซี และได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งของจีนตอนใน โดยเชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งทางรถไฟ ถนน และทางทะเล ช่วยให้สินค้าจากพื้นที่จีนตอนในสามารถส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศโดยตรงได้มากขึ้น ปัจจุบัน ท่าเรือแห่งนี้ได้รับอนุมัติให้เป็นด่านนำเข้าธัญพืช เนื้อสัตว์ และรถยนต์ทั้งคัน รวมถึงรองรับการค้าและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยได้รับการรับรองในระดับประเทศถึง 18 รายการ อาทิ เขตทดลองการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแบบครบวงจร ฐานสาธิตอีคอมเมิร์ซระดับชาติ และศูนย์โลจิสติกส์ระดับชาติรูปแบบท่าเรือบก นอกจากนี้ ยังเป็นท่าเรือในจีนตอนในแห่งเดียวที่มีรหัสท่าเรือทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ  

จากนโยบาย สู่ “ช่องทางเปิดสู่โลก” การยกระดับนครซีอานสู่ศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ในเดือนเมษายน 2563 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางเยี่ยมมณฑลส่านซี และเน้นย้ำให้นครซีอานเร่งพัฒนาศูนย์รวบรวมขบวนรถไฟจีน–ยุโรป พร้อมสร้างช่องทางการค้าที่เชื่อมต่อกับเอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันตก และในเดือนพฤษภาคม 2566 ก่อนการประชุมสุดยอดจีน–เอเชียกลาง ได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากศูนย์รวบรวมขบวนรถไฟจีน–ยุโรปซีอาน เพื่อพัฒนาช่องทางการค้าระหว่างประเทศ และเพิ่มบทบาทของซีอานในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศกับตลาดต่างประเทศ แนวนโยบายดังกล่าวช่วยผลักดันให้ซีอานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นจุดผ่านของสินค้า แต่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของจีนตะวันตก

“ฉางอันห้าว” เส้นทางขนส่งสำคัญ เชื่อมการผลิตส่านซีกับตลาดต่างประเทศ “ฉางอันห้าว” เป็นขบวนรถไฟขนส่งสินค้าที่เชื่อมโยงนครซีอานกับเมืองสำคัญในยุโรปและเอเชีย มีบทบาทในการเชื่อมโยงจีนกับยุโรปภายใต้กรอบข้อริเริ่ม “แถบและเส้นทาง” และมีจำนวนเที่ยวเดินรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1,235 ขบวนในปี 2561 เป็น 6,037 ขบวนในปี 2568 โดยเป็นครั้งแรกที่จำนวนขบวนตลอดทั้งปีทะลุระดับ 6,000 ขบวน และเป็นครั้งแรกที่จำนวนขบวนตลอดทั้งปีทะลุระดับ 6,000 ขบวน

ในปี 2568 “ฉางอันห้าว” ขนส่งสินค้ากว่า 6.96 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 23.7% และขนส่งตู้สินค้า 598,000 TEU[1] เพิ่มขึ้น 14.1% ขณะเดียวกัน มูลค่าการนำเข้า–ส่งออกของ Xi'an Chanba International Port ในปี 2568 ทะลุ 5 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.8% จากปี 2567 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “ฉางอันห้าว” มีบทบาทมากกว่าการเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หากแต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคการผลิตของส่านซีกับตลาดต่างประเทศ และเสริมบทบาทของนครซีอานในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของจีนตะวันตก

จากเส้นทางเดียว สู่เครือข่ายการขนส่งที่หลากหลาย การเติบโตของ “ฉางอันห้าว” ไม่ได้วัดจากจำนวนขบวนรถไฟเพียงอย่างเดียว แต่ยังเห็นได้จากการขยายเส้นทางและรูปแบบการขนส่งที่หลากหลายขึ้น ในปี 2568 ซีอานได้เพิ่มเส้นทางรถไฟแบบ Full-Route Timetable ไปยัง Budapest ประเทศฮังการี และ Prague สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งมีการกำหนดตารางเวลาเดินรถตลอดเส้นทาง ช่วยเพิ่มความแน่นอนในการวางแผนขนส่งสินค้านอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา Trans-Caspian International Transport Route หรือเส้นทางขนส่งข้ามทะเลแคสเปียน โดยในปี 2568 มีขบวนรถไฟผ่านเส้นทางดังกล่าว 193 ขบวน และใช้เวลาขนส่งตลอดเส้นทางประมาณ 11 วัน นอกจากนี้ ซีอานยังพัฒนาเส้นทางรถไฟ–ทะเลระหว่าง Xi'an International Port–Tianjin Port โดยในปี 2568 มีขบวนรถไฟ–ทะเลระหว่างประเทศในทิศตะวันออก 165 ขบวน รวมถึงเปิดเส้นทางขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบข้ามทะเลบอลติกเป็นครั้งแรก

เครือข่าย “ฉางอันห้าว” เชื่อมต่อที่ไหนบ้าง ปัจจุบัน “ฉางอันห้าว” มีเครือข่ายให้บริการครอบคลุมหลายภูมิภาค ตั้งแต่รัสเซีย เบลารุส เอเชียกลาง เส้นทางข้ามทะเลแคสเปียน ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเส้นทางรถไฟ–ทะเล แต่ละเส้นทางมีความถี่และระยะเวลาขนส่งแตกต่างกัน ตั้งแต่วันละ 2 ขบวน ในบางเส้นทางของเอเชียกลางไปจนถึงสัปดาห์ละ 1 เที่ยว ซึ่งระยะเวลาขนส่งอยู่ที่ประมาณ 3–20 วัน ขึ้นอยู่กับปลายทางและรูปแบบการขนส่ง

ChatGPT_Image_2026年9月18日_11_03_35

ข้อมูลจาก Xi'an International Port Group co.,ltd ในปี 2567

ไม่ใช่แค่ส่งออก แต่เชื่อมโยง “สองทาง” อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือการเพิ่มขึ้นของเที่ยวกลับจากยุโรปและเอเชียกลางเข้าสู่จีน ในไตรมาสแรกของปี 2568 สัดส่วนขบวนเที่ยวกลับเพิ่มขึ้นเป็น 60% จาก 54% ในปี 2567 สินค้าที่ขนส่งมีตั้งแต่รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอุตสาหกรรม ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ส่งออกจากส่านซี ได้แก่ การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ไปยังเอเชียกลางผ่านทางรถไฟ มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านหยวน ขณะที่สินค้านำเข้าจากเอเชียกลางมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ถั่วเขียว แป้ง วัตถุดิบนิกเกิล–โคบอลต์–แมงกานีสลิเทียม อุปกรณ์ไฟฟ้า และน้ำผึ้ง จึงเห็นได้ว่า “ฉางอันห้าว” กำลังพัฒนาจากเส้นทางขนส่งสินค้าไปสู่เครือข่ายการค้า
สองทางที่รองรับทั้งการส่งออกจากจีนและการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

แล้วผู้ประกอบการใช้บริการ “ฉางอันห้าว” อย่างไร นอกจากเครือข่ายเส้นทางที่ขยายตัว “ฉางอันห้าว” ยังมีแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการ ตั้งแต่การจองระวาง การเตรียมสินค้าและพิธีการศุลกากร ไปจนถึงการรับสินค้า ณ ปลายทาง กระบวนการให้บริการครอบคลุม 13 ขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าสู่เว็บไซต์และลงทะเบียนสมาชิก การชำระเงิน การให้ข้อมูลสินค้า การจองระวาง การบรรจุสินค้าและนำตู้เข้าสถานี การดำเนินพิธีการศุลกากร การขนส่งและผ่านด่าน จนถึงการรับสินค้าที่ปลายทาง การชำระบัญชี และการออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้

  Log_in_of_www.caexp.net

บีไอซี นครซีอาน เห็นว่า การเติบโตของ “ฉางอันห้าว” สะท้อนบทบาทของนครซีอานในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงจีนตอนในกับเอเชียกลางและยุโรป และเป็นพัฒนาการที่ภาคธุรกิจไทยควรติดตาม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับการขยายตัวของ New Western Land-sea Corridor (西部陆海新通道) และการเปิดเดินเรือของคลองผิงลู่ (Pinglu Canal: 平陆运河) เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ซึ่งเชื่อมแม่น้ำซีเจียงบริเวณหนานหนิงกับท่าเรือชินโจว (Qinzhou Port: 钦州港) ระยะทาง 134.2 กิโลเมตร และรองรับเรือขนาด 5,000 ตัน โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมีส่วนเพิ่มทางเลือกในการขนส่งระหว่างจีนตอนในกับอาเซียน

สำหรับผู้ประกอบการไทย สามารถพิจารณาขนส่งสินค้าจากประเทศไทยทางเรือมายังท่าเรือชินโจวในอ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf: 北部湾) หรืออ่าวตังเกี๋ย จากนั้นเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย New Western Land-sea Corridor และขนส่งทางรถไฟขึ้นสู่ซีอานก่อนเชื่อมต่อกับ “ฉางอันห้าว” เพื่อเดินทางต่อไปยังเอเชียกลางและยุโรป เส้นทางดังกล่าวจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทั้งในด้านต้นทุนและระยะเวลาขนส่ง

เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน แต่มีตัวอย่างการเชื่อมโยงระหว่างซีอานกับอาเซียนเกิดขึ้นแล้ว โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ได้เปิดขบวน “ฉางอันห้าว” เส้นทางไฮฟอง–ซีอาน–อัลมาตี เป็นเที่ยวแรก สินค้าจากท่าเรือไฮฟองของเวียดนามถูกขนส่งผ่าน New Western Land-sea Corridor มายังซีอาน ก่อนเชื่อมต่อกับขบวน “ฉางอันห้าว” เพื่อเดินทางต่อไปยังอัลมาตีของคาซัคสถาน รวมระยะทางประมาณ 5,966 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 14 วัน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ได้มีการเปิดขบวนรถไฟเชื่อมโยง “ฉางอันห้าว–New Western Land-sea Corridor–ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้–ไทย” เป็นครั้งแรก โดยขบวนรถไฟเที่ยว X9592 ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ออกจากสถานีรถไฟท่าเรือนานาชาติซีอาน มุ่งหน้าลงใต้ตามเส้นทาง New Western Land-sea Corridor
ไปยังอ่าวเป่ยปู้ก่อนขนส่งทางเรือไปยังท่าเรือแหลมฉบังของไทย โดยใช้เวลาขนส่งทางรถไฟจากซีอานถึงอ่าวเป่ยปู้ประมาณ 3–4 วัน และขนส่งทางทะเลจากอ่าวเป่ยปู้ถึงแหลมฉบังประมาณ 5 วัน

สำหรับไทย ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและโลจิสติกส์ของอาเซียน และมีศักยภาพด้านสินค้าเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ตลอดจนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มการพัฒนาเครือข่าย คลองผิงลู่–อ่าวเป่ยปู้–New Western Land-sea Corridor–ซีอาน–ฉางอันห้าว จึงเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตาม เพื่อประเมินทางเลือกในการเชื่อมโยงตลาดไทยกับจีนตอนใน และต่อยอดไปยังเอเชียกลางและยุโรปในอนาคต ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาเลือกใช้เส้นทางให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า ต้นทุน และระยะเวลาที่ต้องการ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ระหว่างไทย จีนตอนใน และตลาดปลายทางในเอเชียกลางและยุโรป

 

 

เขียนโดย นางสาวอรัญญา รุ่งเรือง

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน

 

 

แหล่งที่มา

  1. https://cbip.xa.gov.cn/zwgk/ghjh/jhzj/html?utm
  2. https://cbip.xa.gov.cn/xwzx/zyxw/html?utm
  3. https://jtj.xa.gov.cn/jtzx/tpzx/html?utm
  4. https://sxeport.shaanxi.gov.cn/c/a/e2b3658d-6253-44ee-85af-6437b8bfece1?utm
  5. https://cbip.xa.gov.cn/xwzx/zyxw/html?utm
  6. https://sndrc.shaanxi.gov.cn/sy/xwxx/fgyw/202304/t20230412_3160128html?utm
  7. https://www.crct.com/index.php?a=show&c=index&catid=19&id=552&m=content&utm

 

[1] Twenty-foot Equivalent Unit (TEU) เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดความจุของตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต และใช้เป็นหน่วยมาตรฐานในการวัดปริมาณตู้สินค้าของระบบขนส่งและโลจิสติกส์