รู้จัก “หมิ่นเซี่ยน” อำเภอเล็ก ๆ ในมณฑลกานซู่ที่กำลังโตแบบไม่ธรรมดา

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ส.ค. 2569

| 71 view

微信图片_20260826153958_5286_1

ปี 2569 ถือเป็นปีแรกของการเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนและความท้าทายด้านการพัฒนา อำเภอหมิ่นเซี่ยนยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ส่งเสริมการลงทุน พัฒนาการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจของอำเภอหมิ่นเซี่ยนยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.7 เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่เป็นผลจากการวางรากฐานเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การต่อยอดทรัพยากรทางการเกษตรและสมุนไพร การพัฒนาอุตสาหกรรมและดึงดูดการลงทุน ไปจนถึงการใช้การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเป็นแรงขับเคลื่อนการบริโภค ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หมิ่นเซี่ยนได้เปลี่ยน “ของดีในท้องถิ่น" ให้กลายเป็น “พลังทางเศรษฐกิจ” โดยผ่าน 6 กลไกสำคัญที่เป็นกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอำเภอนี้

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ภาคเกษตรของหมิ่นเซี่ยนขยายตัวร้อยละ 6.0 และมีการวางแผนโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมชนบท 348 โครงการ มูลค่ารวม 290 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 58.6 ของเงินทุนสนับสนุนจากทั้งระดับมณฑลและเมือง

微信图片_20260826160100_235_627

1. ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร สร้างพลังใหม่ให้ชนบท หมิ่นเซี่ยนมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตรจึงมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ “หนึ่งยา หนึ่งหญ้า” ซึ่งหมายถึงอุตสาหกรรมสมุนไพรจีนและหญ้าหางแมว พร้อมเดินหน้าขยายห่วงโซ่การผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างแบรนด์ เพื่อเปลี่ยนจากการผลิตขั้นต้นไปสู่การแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่มหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่น คือ

    1.1 ยาสมุนไพรจีน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยตังกุยของอำเภอหมิ่นเซี่ยน (Angelicae Sinensis Radix) ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ “หนึ่งอำเภอ หนึ่งผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่น” ประจำปี 2569 ซึ่งมีผลิตภัณฑ์จากทั่วประเทศได้รับการคัดเลือกทั้งหมด 64 รายการ ปัจจุบัน หมิ่นเซี่ยนมีสมุนไพรจีนท้องถิ่นมากกว่า 310 ชนิด

ตังกุยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของพื้นที่ มีสัดส่วนการซื้อขายตังกุยคิดเป็นประมาณ 80% ของทั้งประเทศ ขณะที่อุตสาหกรรมสมุนไพรจีนสร้างรายได้มากกว่า 60% ของรายได้ต่อหัวของเกษตรกรในพื้นที่

ความได้เปรียบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการยกระดับพันธุ์พืช เทคโนโลยี และการแปรรูปเชิงลึก โดยหมิ่นเซี่ยนมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรมากกว่า 700,000 หมู่ หรือราว 280,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนามาตรฐานระดับประเทศสำหรับตังกุยโดยเฉพาะ

    1.2 หญ้าหางแมว (Uraria crinita: 猫尾草) มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 100,000 หมู่ หรือราว 41,667 ไร่ ครองส่วนแบ่งตลาดจีนกว่า 80% และสร้างมูลค่าผลผลิตมากกว่า 1,180 ล้านหยวนต่อปี แต่ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากพื้นที่เพาะปลูกเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันหมิ่นเซี่ยนมีเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าหางแมวประมาณ 19,000 ครัวเรือน ผลิตหญ้าแห้งราว 60,000 ตันต่อปี และมีผู้ประกอบการ สหกรณ์ และฟาร์มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทำให้หญ้าหางแมวค่อย ๆ เปลี่ยนจากพืชเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นระบบอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงผู้ผลิต การแปรรูป และตลาดเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ หญ้าหางแมวยังไม่ได้จำกัดอยู่ในตลาดอาหารสัตว์แบบดั้งเดิม แต่ขยายเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับโลกและอุตสาหกรรมม้าแข่งระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าสูง ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นยังพัฒนามาตรฐานคุณภาพหญ้าแห้งและส่งเสริมการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร เพื่อยกระดับจากการเน้นปริมาณไปสู่คุณภาพและประสิทธิภาพ

กรณีของหญ้าหางแมวจึงสะท้อนให้เห็นว่า จุดแข็งของหมิ่นเซี่ยนไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการสร้างห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรนั้น ตั้งแต่การเพาะปลูก การกำหนดมาตรฐาน การแปรรูป ไปจนถึงการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

微信图片_20260826160105_236_627

2. เร่งพัฒนาด้านอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง หมิ่นเซี่ยนให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมในฐานะเครื่องยนต์หลักในการรักษาการเติบโตและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้น 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การแปรรูปสมุนไพรจีนเชิงลึก การพัฒนาแร่ธาตุสีเขียว และพลังงานสะอาด พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรม หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ “สวนอุตสาหกรรมสุขภาพสมุนไพรจีนหลงชุ่ยหยวน” (Gansu Longcuiyuan Traditional Chinese Medicine and Health Industry Park: 甘肃陇萃源中药材大健康产业园) ซึ่งใช้งบลงทุน 100 ล้านหยวน บนพื้นที่ประมาณ 11.4 ไร่ และมีกำหนดเริ่มดำเนินการผลิตในเดือนกันยายน 2569 โดยจะพัฒนาเป็นศูนย์ครบวงจร ตั้งแต่บริการข้อมูล การแปรรูปเชิงลึก การจัดเก็บและตรวจสอบสินค้าไปจนถึงการจำหน่าย

ตลอดปี 2569 หมิ่นเซี่ยนมีแผนดำเนินโครงการก่อสร้างภาคอุตสาหกรรม 36 โครงการ พร้อมเร่งผลักดันโครงการสำคัญด้านยาและสมุนไพร รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ตั้งแต่การสำรวจแหล่งแร่ การทำเหมืองไปจนถึงการแปรรูป ผลจากการดำเนินงานทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี มูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.7 ซึ่งทั้งสองตัวชี้วัดอยู่ในอันดับ 1 ของเมืองติ้งซี

微信图片_20260826160110_237_627

3. การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมคึกคัก กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ นอกจากภาคเกษตรและ อุตสาหกรรมแล้ว หมิ่นเซี่ยนยังใช้ทรัพยากรด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งใหม่ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ “ทุ่งหญ้าหลางตู้” (狼渡草原) ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมช่วงฤดูร้อนของกานซู่ โดยมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ 30,000 คนต่อเดือน นอกจากนี้ หมิ่นเซี่ยนยังนำทรัพยากร เช่น ทุ่งหญ้าหลางตู้ (狼渡草原) ภูเขาเอ้อร์หลาง (二郎山) วัฒนธรรมแม่น้ำเถาเหอ (洮河文化) และเรื่องราวเส้นทางการเดินทัพทางไกล (红色长征) มาพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว 4 แห่ง พร้อมสร้างแบรนด์ เช่น “ฤดูร้อน 20 องศา” และ “เที่ยวกานซู่ตอนใต้อิ่มอร่อย พักผ่อนที่หมิ่นโจว” ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนหมิ่นเซี่ยนราว 3.84 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.6 รายได้รวม 2.57 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.1 ขณะที่ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 2.14 พันล้านหยวน และยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซทะลุ 440 ล้านหยวน

4. เร่งลงทุนและดึงดูดโครงการใหม่ หมิ่นเซี่ยนเดินหน้าตามแนวคิด “โครงการคือหัวใจของการพัฒนา” โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการสำคัญและการดึงดูดการลงทุนจากภายนอก เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการสำคัญระดับเมืองจำนวน 125 โครงการ เปิดดำเนินการก่อสร้าง และมีมูลค่าการลงทุนที่ดำเนินการแล้ว 5.92 พันล้านหยวน พร้อมได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลระดับสูงรวม 472 ล้านหยวน

ในด้านการดึงดูดการลงทุน หมิ่นเซี่ยนสามารถดึงดูดโครงการอุตสาหกรรมคุณภาพ 23 โครงการ มีเงินลงทุนจากนอกมณฑล 3.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันยังเดินหน้าปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ โดยครึ่งปีแรกมีบริษัทจดทะเบียนใหม่ 364 แห่ง และสนับสนุนสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็กรวม 4.842 พันล้านหยวน

5. ยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจของหมิ่นเซี่ยนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขการเติบโต แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 งบประมาณด้านสวัสดิการประชาชน 11 ประเภทคิดเป็นร้อยละ 87.3 ของรายจ่ายงบประมาณทั่วไป

ด้านการจ้างงาน มีการจัดกิจกรรมรับสมัครงาน 10 ครั้ง ส่งแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงาน 88,700 คน และสร้างงานในพื้นที่ 1,395 คน ขณะที่มีการจ้างงานใหม่ในเขตเมือง 1,886 อัตรา

ด้านการพัฒนาเมือง มีการเพิ่มพื้นที่จอดรถ 5 แห่ง เพิ่มที่จอดรถมากกว่า 7,000 คัน จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 110 แห่ง และเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 105,900 ตารางเมตร

ด้านสิ่งแวดล้อม ดัชนีคุณภาพอากาศของหมิ่นเซี่ยนอยู่ในอันดับ 1 ของเมืองติ้งซีต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มีวันที่มีคุณภาพอากาศระดับดีมากร้อยละ 96.6 และคุณภาพน้ำของแม่น้ำและแหล่งน้ำดื่มผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100

6. เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติ ในช่วงฤดูฝน หมิ่นเซี่ยนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก 123 แห่ง และจุดเสี่ยงภัยพิบัติทางธรณีวิทยา 584 แห่ง พร้อมจัดทำแผนรับมือเฉพาะสำหรับแต่ละจุด และจัดทำแผนที่จุดเสี่ยงและเส้นทางช่วยเหลือฉุกเฉินแบบบูรณาการ นอกจากนี้ ยังเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม รวมถึงจัดการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินมากกว่า 500 ครั้ง เพื่อยกระดับความสามารถในการรับมือภัยพิบัติและสร้างหลักประกันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

บีไอซี นครซีอาน เห็นว่า หมิ่นเซี่ยนเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการเปลี่ยน “ทรัพยากรท้องถิ่น” ให้กลายเป็น “อุตสาหกรรมมูลค่าสูง” โดยไม่ได้อาศัยเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่ใช้การแปรรูป มาตรฐาน เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงตลาดเข้ามาเพิ่มมูลค่า โดยเฉพาะกรณีของตังกุย ซึ่งหมิ่นเซี่ยนกำลังพัฒนาตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์และการเพาะปลูกไปจนถึงมาตรฐานการแปรรูปและการจำหน่าย โดยในปี 2569 “ตังกุยของอำเภอหมิ่นเซี่ยน” ได้รับการคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ “หนึ่งอำเภอ หนึ่งผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่น” ระดับประเทศ ยิ่งสะท้อนทิศทางการยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ในมุมมองของไทย แนวทางดังกล่าวมีประเด็นที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือได้หลายด้าน โดยเฉพาะสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ การแปรรูปสินค้าเกษตร เทคโนโลยีการเกษตร มาตรฐานและการสร้างแบรนด์ รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดและห่วงโซ่อุปทาน อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การนำพืชเศรษฐกิจเข้าสู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น หญ้าหางแมวที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงและม้าแข่ง ซึ่งสะท้อนว่าการเพิ่มมูลค่าไม่จำเป็นต้องหมายถึงการผลิตสินค้าให้ได้มากขึ้นเสมอไป แต่อาจหมายถึงการค้นหาตลาดใหม่ที่ให้มูลค่าสูงกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน การพัฒนาการท่องเที่ยวของหมิ่นเซี่ยนที่นำทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นมาสร้างเป็นแบรนด์ ก็เป็นอีกประเด็นที่ไทยสามารถศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ เนื่องจากไทยเองมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมถึงการนำอาหาร สินค้า และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ในภาพรวมจะเห็นได้ว่า “จุดแข็งท้องถิ่น + การแปรรูป + มาตรฐาน + การสร้างแบรนด์ + การเชื่อมโยงตลาด” คือหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรธรรมดาสามารถกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้ กรณีของหมิ่นเซี่ยนจึงไม่เพียงสะท้อนพัฒนาการทางเศรษฐกิจของมณฑลกานซู่ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการมองหาโอกาสความร่วมมือและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนในอนาคต

 

 

เขียนโดย นางสาวอรัญญา รุ่งเรือง

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน

 

แหล่งที่มา

  1. https://news.qq.com/rain/a/20260820A03G3C00
  2. https://www.cntcm.com.cn/content/202604/10/chtml?utm
  3. https://indices.cnfin.com/jgzs/wenzixiangqingye/detail/20260603/4421286_html?
  4. utmhttps://gs.cnr.cn/jdt/20260321/t20260321_527558526.shtml?utm