มณฑลส่านซีเปิดเกมรุกเกษตรสมัยใหม่ ผสานเทคโนโลยี - อุตสาหกรรม พลิกพื้นที่แห้งแล้งสู่โอกาส

วันที่นำเข้าข้อมูล 25 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 มิ.ย. 2569

| 36 view

11_1

สำหรับเกษตรกรจำนวนมาก ผลผลิตในไร่นาไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ หากแต่หมายถึงรายได้ของครอบครัว ความมั่นคงทางอาหาร และความเข้มแข็งของชุมชน การที่พืชชนิดหนึ่งให้ผลผลิตสูงขึ้นและจำหน่ายได้ในราคาที่ดีขึ้น จึงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งซึ่งเกษตรกรต้องเผชิญทั้งข้อจำกัดด้านน้ำ ความผันผวนของสภาพอากาศ และความไม่แน่นอนของตลาด    

ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรกรรมของมณฑลส่านซีอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืช เทคนิคการเพาะปลูก การจัดการดินและทรัพยากรน้ำ การป้องกันโรค และแมลงศัตรูพืช ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณของผลผลิต แต่ยังมุ่งยกระดับคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้า ลดการสูญเสียระหว่างการผลิตและหลังการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ยัง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปัจจัยการผลิต ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร ผลลัพธ์ที่สำคัญคือการเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่แห้งแล้งซึ่งมีความเปราะบางต่อภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน

กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว คือ ความร่วมมือระหว่างเขตสาธิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการเกษตรหยางหลิง รัฐบาลเมืองเสียนหยาง และมหาวิทยาลัย Northwest Agriculture and Forestry University (西北农林科技大学) ภายใต้กรอบ “สองพื้นที่ หนึ่งมหาวิทยาลัย” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคการผลิตเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรได้จริง ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายหมายเลขที่ 1[1] โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ การฟื้นฟูชนบท และการเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของภาคเกษตร ขณะเดียวกัน มณฑลส่านซีใช้ China Yangling Agricultural Innovation Hub (中国杨凌农创汇) เป็นฐานสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมเกษตร และผลักดันพื้นที่แห้งแล้งให้พัฒนาเป็นฐานผลิตเกษตรคุณภาพสูง

การพัฒนาอุตสาหกรรมแอปเปิลของอำเภอไป๋สุ่ย (白水县) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแอปเปิลที่สำคัญของมณฑลส่านซีเป็นหนึ่งในผลลัพธ์จากการลงนามความร่วมมือ “สองพื้นที่ หนึ่งมหาวิทยาลัย” โดยในอดีตเกษตรในอำเภอไป๋สุ่ยส่วนใหญ่ปลูกแอปเปิลฟูจิสายพันธุ์ดั้งเดิม ผลผลิตจึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และรายได้ในแต่ละปีไม่แน่นอน การพัฒนาแอปเปิลสายพันธุ์ใหม่ควบคู่กับการปรับปรุงวิธีปลูก จึงเป็นทางออกสำคัญในการเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

ในปี ค.ศ. 2005 มหาวิทยาลัย Northwest Agriculture and Forestry University และรัฐบาลอำเภอไป๋สุ่ยร่วมกันจัดตั้งสถานีทดลองและสาธิตแอปเปิลแห่งแรกของจีน เพื่อวิจัยพันธุ์ ทดสอบเทคนิคการปลูก และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรซึ่งช่วยให้เกษตรกรนำพันธุ์และเทคนิคใหม่ไปใช้ในการผลิตได้โดยตรง

แอปเปิลใหม่_

ปัจจุบัน อำเภอไป๋สุ่ยขยายการปลูกแอปเปิลพันธุ์ใหม่กลุ่ม “สามรุ่ย (三瑞)” ได้แก่ รุ่ยเสี่ย (瑞雪) รุ่ยหยาง(瑞阳) และรุ่ยเซียงหง (瑞香红) ซึ่งเป็นผลงานของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northwest Agriculture and Forestry University ซึ่งมีคุณภาพและราคาจำหน่ายสูงกว่าพันธุ์เดิม นอกจากนี้ พื้นที่ปลูกแอปเปิล “สามรุ่ย”
ในอำเภอไป๋สุ่ยเพิ่มขึ้นกว่า 4 หมื่นไร่ ในปี ค.ศ. 2024 อุตสาหกรรมแอปเปิลของอำเภอไป๋สุ่ยมีพื้นที่การเพาะปลูกกว่า
2 แสนไร่ ให้ผลผลิตกว่า 600,000 ตัน มีมูลค่าการผลิตกว่า 6.75 พันล้านหยวน มีปริมาณการส่งออก 32,000 ตัน (+15%) นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมแอปเปิลจำนวนกว่า 23 แห่ง

จะเห็นได้ว่า การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการซื้อเครื่องจักรหรือการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี การผลิต และตลาดเข้าด้วยกัน โดยภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายและทรัพยากร มหาวิทยาลัยพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ภาคธุรกิจช่วยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ขณะที่เกษตรกรมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนปัญหาและทดสอบการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่จริง

บีไอซี เห็นว่า ประเทศไทยและมณฑลส่านซีมีจุดแข็งด้านการเกษตรที่สามารถเกื้อหนุนกันได้ โดยไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรเขตร้อน การแปรรูปอาหาร การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศ ขณะที่มณฑลส่านซีมีความโดดเด่นด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช การจัดการเกษตรในพื้นที่แห้งแล้ง เทคโนโลยีการผลิตไม้ผล และระบบถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่ภาคการผลิต ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช การจัดการน้ำอย่างแม่นยำ เกษตรอัจฉริยะ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการแปรรูปและสร้างแบรนด์สินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยยกระดับผลิตภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้า และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภาคเกษตรในระยะยาว

 

เขียนโดย นางสาวบุษย์น้ำเพชร บุญบรรจง
เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน

 

 

 

 

แหล่งที่มา

  1. https://www.shaanxi.gov.cn/xw/sxyw/202605/t20260525_html
  2. https://kjt.shaanxi.gov.cn/kjdt/myjj/202506/t20250630_3537270.html

 

[1] นโยบายหมายเลขที่ 1 (No. 1 Document) คือ เอกสารนโยบายฉบับแรกของปีที่ออกโดยส่วนกลางของจีน ซึ่งกำหนดแนวทางพัฒนาด้านการเกษตร ชนบท และเกษตรกร โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มรายได้เกษตรกร และการฟื้นฟูชนบท ทั้งนี้ ในระบบการเมืองจีน เอกสารนี้มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์และเชิงนโยบาย เพราะสะท้อนว่าประเด็นใดเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของรับบาลจีนในปีนั้น