มณฑลส่านซีมุ่งสร้าง “17 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ชี้โอกาสความร่วมมือไทย-จีน ด้าน EV พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง

วันที่นำเข้าข้อมูล 25 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 มิ.ย. 2569

| 33 view

 

 

 

微信图片_20260624173023_2160_1

 

รัฐบาลมณฑลส่านซีประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569-2573)ซึ่งได้กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 17 สาขา ครอบคลุมยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานไฮโดรเจน เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์มนุษย์ อุตสาหกรรมอวกาศ และเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง สะท้อนความมุ่งมั่นของส่านซีในการก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการผลิตขั้นสูงของภาคตะวันตกของจีน

 

เป้าหมายสำคัญ คือ

  • ตั้งเป้าให้ GDP ของมณฑลเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี
  • ผลิตแรงงานที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 6 ต่อปี
  • อัตราการเป็นเมืองของประชากรที่อาศัยแบบถาวรเพิ่มขึ้นร้อยละ 70
  • สร้างงานใหม่ในเขตเมืองมากกว่า 2 ล้านตำแหน่ง
  • ภายในปี 2573 เพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาร้อยละ 3.2 ของ GDP
  • พัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเฉพาะทางระดับอำเภอ 30 แห่ง
  • พัฒนาเมืองขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพ 100 แห่ง

จากเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ส่านซีกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยในหลายสาขา เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล และอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่ อันซึ่งสามารถนำไปสู่โอกาสความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยีระหว่างไทยกับส่านซีในอนาคต

วันนี้ BIC นครซีอาน จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 17 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มณฑลส่านซี
ให้ความสำคัญ ภายใต้กรอบ “7+5+5” ดังนี้

7 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง มุ่งสู่ความเป็นผู้นำและการแข่งขันระดับโลก ได้แก่

  • เทคโนโลยีควอนตัมและโฟตอนิกส์
  • เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
  • จอแสดงผลรุ่นใหม่
  • ยานยนต์อัจฉริยะเชื่อมต่อเครือข่าย
  • พลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง
  • พลังงานไฮโดรเจน
  • การผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ (Additive Manufacturing)

อุตสาหกรรมเหล่านี้ถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยส่านซีตั้งเป้าเร่งพัฒนา
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมและโฟตอนิกส์ ขยายกำลังการผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ส่งเสริม
การผลิตรถยนต์อัจฉริยะระดับสูง และรักษาความเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจน และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของมณฑลในระดับประเทศและระดับสากล

5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง มุ่งสู่ความเป็นผู้นำระดับประเทศ ได้แก่

  • อุตสาหกรรมอากาศยานขั้นสูง
  • ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Embodied AI (เช่น หุ่นยนต์มนุษย์ หุ่นยนต์บริการ หุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่มี AI)
  • วัสดุโลหะขั้นสูง
  • วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์
  • การผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) ซึ่งครอบคลุมชีวเภสัชภัณฑ์ ชีวสังเคราะห์ และเทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรม

5 อุตสาหกรรมแนวหน้า มุ่งสร้างความโดดเด่นและความได้เปรียบเฉพาะทาง ได้แก่

  • อุตสาหกรรมอวกาศ (ดาวเทียม จรวด ระบบอวกาศ)
  • เทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ 6G
  • เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface)
  • อุปกรณ์การแพทย์สมรรถนะสูง
  • เทคโนโลยีสำรวจใต้พิภพเชิงลึกและพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูง

นอกจากการกำหนดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 17 สาขาเป็นทิศทางการพัฒนาหลักแล้ว ส่านซียังได้วางแนวทางยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของมณฑลในมิติอื่น ๆ ควบคู่กัน ทั้งการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การส่งเสริมพลังงานสะอาด การพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และการยกระดับภาคบริการ เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยได้ดำเนินการ ดังนี้

  1. เร่งสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ หนุนอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ส่านซีตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนห่วงโซ่

อุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านหยวน จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรม เป็น 18 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะใช้การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคการผลิต พร้อมเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) พลังงานแสงอาทิตย์ เซมิคอนดักเตอร์ วงจรรวม จอแสดงผลรุ่นใหม่ อุปกรณ์อัจฉริยะ และชีวเวชภัณฑ์ ควบคู่กับการบริหารจัดการอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้มีความทันสมัย อัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

  1. ผลักดันพลังงานสะอาดและเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างฐานพลังงานแห่งใหม่ของจีน ส่านซีจะเร่งขยายกำลัง

การผลิตพลังงานหมุนเวียนและยกระดับโครงข่ายส่งพลังงานข้ามภูมิภาค เพื่อเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางพลังงานของจีนตะวันตกเฉียงเหนือ พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเคมีถ่านหินสมัยใหม่ในพื้นที่เมืองหยูหลิน-Ordos-หนิงตง และส่งเสริมการพัฒนาเชื้อเพลิงพิเศษ วัสดุชีวภาพย่อยสลายได้ รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ด้านพลังงานและฐานการผลิตวัสดุเคมีมูลค่าสูงระดับประเทศ

  1. ยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาคและบริการสมัยใหม่ กระตุ้นการเติบโตในระยะยาว ส่านซีเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ด้านคมนาคม โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงและศูนย์คมนาคมสำคัญ เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับอำเภอและการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทางตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับภาคบริการสมัยใหม่ โดยส่งเสริมการเงิน โลจิสติกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการท่องเที่ยว การดูแลผู้สูงอายุ และเศรษฐกิจผู้สูงวัย เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

แม้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 เพิ่งเริ่มต้นมีผลใช้บังคับ แต่ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นอุตสาหกรรมขั้นสูง นวัตกรรม และการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจได้เริ่มสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของมณฑลแล้ว สำนักงานสถิติแห่งมณฑลส่านซี ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลส่านซีเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การทำเหมืองและคัดแยกถ่านหิน การผลิตเคมีภัณฑ์ การสกัดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ด้านการบินและอวกาศ

ด้านการค้าต่างประเทศ การค้าสินค้ากับต่างประเทศรวม 3.71 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.6เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดในประเทศจีน โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 2.87แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 103 และมูลค่าการนำเข้า 8.34 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.7

สินค้าส่งออกสำคัญของส่านซี ได้แก่ สินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง ขณะที่การค้ากับประเทศภายใต้ข้อริเริ่ม “แถบและเส้นทาง” ขยายตัวร้อยละ 93.4 และการค้ากับ 11 ประเทศสมาชิกอาเซียนเติบโตร้อยละ 142.1สะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างส่านซีกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บีไอซี นครซีอาน เห็นว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของมณฑลส่านซีสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมดิจิทัล อุปกรณ์อัจฉริยะ และการแพทย์สมัยใหม่ ดังนั้น การเร่งลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้ของส่านซีจึงอาจสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพและให้ความสำคัญร่วมกัน ซึ่งอาจเอื้อต่อการขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัยของไทยกับส่านซีในอนาคต

 

 

 

เขียนโดย นางสาวอรัญญา รุ่งเรือง

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน

 

 

แหล่งที่มา

  1. https://mp.weixin.qq.com/s/FgkvP_2BAZ3tGcXRss51AQ
  2. https://www.gjnews.cn/2026/0619/626070.html