จาก “โดรน” สู่ “ระบบเศรษฐกิจใหม่”: ถอดรหัสชิ่งหยางโมเดลการบินต่ำที่ไทยต้องจับตา

จาก “โดรน” สู่ “ระบบเศรษฐกิจใหม่”: ถอดรหัสชิ่งหยางโมเดลการบินต่ำที่ไทยต้องจับตา

วันที่นำเข้าข้อมูล 9 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 9 มิ.ย. 2569

| 19 view

ChatGPT_Image_2026年5月11日_17_04_47_(1)

เมื่อพูดถึง “นวัตกรรมจีน” ภาพของเมืองเซินเจิ้นหรือนครเซี่ยงไฮ้มักถูกนึกถึงเป็นลำดับแรก แต่วันนี้ เมืองรองในภาคตะวันตกของจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นดวงใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล

หลายคนอาจยังสงสัยว่า “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” คืออะไร เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ หรือ Low-altitude Economy หมายถึง รูปแบบเศรษฐกิจที่อาศัยการใช้ประโยชน์จากน่านฟ้าในระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร และในบางกรณีอาจครอบคลุมถึงน่านฟ้าที่มีความสูงต่ำกว่า 3,000 เมตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมทั้งอากาศยานที่มีคนขับและอากาศยานไร้คนขับ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน เช่น การสำรวจและตรวจการณ์ทางอากาศ การถ่ายภาพทางอากาศการขนส่งสินค้าและพัสดุ การคมนาคมและการท่องเที่ยว การกู้ภัยฉุกเฉิน ตลอดจนการเกษตรอัจฉริยะและการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร

ข้อมูลอ้างอิง: วารสารวิทย์ไมตรีไทย-จีน ฉบับเดือนมกราคม 2569 เรื่อง “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” หรือ Low-Altitude Economy
จากฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

หนึ่งในเมืองที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นคือ “เมืองชิ่งหยาง” มณฑลกานซู่ เมืองที่ในอดีตเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งพลังงานสำคัญของจีนตะวันตก แต่ปัจจุบันกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ “เมืองเศรษฐกิจการบินระดับต่ำแห่งแรกของมณฑลกานซู่” ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของจีน เป็นครั้งแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 15  (พ.ศ. 2569 – 2573) ที่มีการระบุถึงเศรษฐกิจการบินระดับต่ำให้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของจีนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม

แผนฯ ระบุว่า จีนจะเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ ได้แก่ พลังงานใหม่ วัสดุใหม่ การบินและอวกาศ ตลอดจนเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบนิเวศอุตสาหกรรม ส่งเสริมการทดสอบและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และรูปแบบการใช้งานใหม่ เพื่อเร่งสร้างรูปแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดภารกิจสำคัญของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำไว้ 2 ประการ ได้แก่ (1) การสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ และ (2) การบูรณาการแนวคิดด้านความมั่นคงแห่งชาติเข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับระบบความปลอดภัยแบบครอบคลุม โดยมุ่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ การประยุกต์ใช้เชิงลึก การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย และการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของจีนครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่อากาศยานไร้คนขับ (UAV/โดรน) อากาศยานไฟฟ้าขึ้น-ลงทางดิ่งสำหรับผู้โดยสาร (eVTOL) ระบบโลจิสติกส์ทางอากาศ การบริหารจัดการน่านฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจีนในอนาคต

ภายใต้แนวทางดังกล่าว เมืองชิ่งหยางได้ถูกวางให้เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำและเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งใหม่ของจีน โดยอาศัยโครงการ “East Data West Computing” (东数西算)ซึ่งเป็นโครงการจัดสรรทรัพยากรข้อมูลระหว่างภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล ลดต้นทุนพลังงานและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ทำให้เมืองชิ่งหยางกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกำลังประมวลผลข้อมูลของจีน และเปิดโอกาสให้เมืองนำศักยภาพด้านศูนย์ข้อมูล พลังงานสะอาด และพื้นที่ทดสอบขนาดใหญ่มาต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำอย่างครบวงจร

ข้อมูลจากสำนักข่าว Gansu Economic Daily เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า เมืองชิ่งหยางสามารถดึงดูดบริษัทด้านเศรษฐกิจการบินระดับต่ำได้มากกว่า 30 แห่ง สมาคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของเมืองชิ่งหยางมีสมาชิกเกือบ 50 หน่วยงาน ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัย การผลิต การบริการ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานจริง

00302196906_cfe8539d

นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายน 2569 เมืองชิ่งหยางได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Digital China Innovation Competition สาขาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 การแข่งขันดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่เน้นการพัฒนาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเศรษฐกิจ เช่น การตรวจสอบแหล่งน้ำมันด้วย AI การขนส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกล การเกษตรอัจฉริยะ และการกู้ภัยฉุกเฉิน

จุดเด่นของเมืองชิ่งหยางไม่ได้อยู่ที่การผลิตโดรนเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างกำลังประมวลผลข้อมูล เทคโนโลยี AI และการใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจ ปัจจุบัน เมืองชิ่งหยางได้นำโดรนมาใช้งานหลายภาคส่วนตั้งแต่การเกษตร พลังงาน การตรวจสอบท่อส่งน้ำมัน การติดตามไฟป่า การบริหารจัดการเมือง ไปจนถึงภารกิจกู้ภัยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดความเสี่ยงในการทำงานในพื้นที่อันตราย

นอกจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว เทคโนโลยีการบินระดับต่ำยังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น บริษัท Huichen Low-altitude Intelligent Technology (Gansu) Co., Ltd. ในมณฑลกานซูได้เปิดโครงการทดลองใช้อากาศยานไร้คนขับสำหรับผู้โดยสาร โดยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพของสวน Qingyang Sponge City Sports Park จากมุมสูง สะท้อนแนวโน้มใหม่ของ “การท่องเที่ยวทางอากาศ” ที่จีนกำลังเริ่มทดลองในหลายพื้นที่

เมืองชิ่งหยางยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปลี่ยนแนวคิดจาก “การดึงดูดบุคลากร” มาเป็น “การสร้างบุคลากร” ภายในพื้นที่ โดยมหาวิทยาลัย Longdong University และ มหาวิทยาลัย Qingyang Vocational and Technical College ได้ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม พร้อมเปิดสาขาใหม่ด้านเศรษฐกิจการบินระดับต่ำโดยเฉพาะ ปัจจุบัน เมืองชิ่งหยางสามารถผลิตนักบินโดรนและบุคลากรเฉพาะทางได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีนักบินโดรนที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วกว่า 1,400 คน และนักบินมืออาชีพที่ได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) มากกว่า 300 คน ซึ่งช่วยสร้างฐานกำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว

บทเรียนของไทย: เมื่อโดรนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการบิน กรณีของเมืองชิ่งหยางสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังผลักดัน “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศ โดยเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการผลิตโดรนหรืออากาศยานสมัยใหม่ แต่คือการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงศูนย์ข้อมูล AI พลังงานสะอาด ระบบโลจิสติกส์ และการใช้งานจริงเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

บีไอซี ณ นครซีอาน เห็นว่า เมืองชิ่งหยางเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีโดรนและ AI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภาคเกษตรกรรม และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก ทั้งข้าว ผลไม้ ยางพารา และอ้อย ขณะที่ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และการเข้าสู่สังคมสูงวัย การนำเทคโนโลยีการบินระดับต่ำมาใช้ เช่น การสำรวจพื้นที่เพาะปลูก การพ่นสารทางการเกษตรแบบแม่นยำ การติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการฟาร์มด้วย AI จึงอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับภาคเกษตรไทยในอนาคต

นอกจากนี้ เทคโนโลยีการบินระดับต่ำยังมีศักยภาพในการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งเวชภัณฑ์และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนการพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในหลายมิติ ขณะเดียวกัน การที่จีนเร่งลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ยังอาจเปิดโอกาสให้ไทยขยายความร่วมมือกับจีนในด้านการวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรมบุคลากร การทดสอบเทคโนโลยี รวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการจีนที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

 

เขียนโดย นางสาวอรัญญา รุ่งเรือง

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน

 

แหล่งที่มา

  1. https://www.gsjb.com/system/2026/05/11/031365751.shtml
  2. https://app.xinhuanet.com/news/article.html?articleId=202604280c22791f16b5414f8769876aec1592db&utm