วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ม.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ม.ค. 2569
สตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์หงเป่า จากหมู่บ้านอันผิง ตำบลหงเป่า อำเภอชิงสุ่ย เมืองเทียนสุ่ย มณฑลกานซู ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกและฐานหลักของอุตสาหกรรมผลไม้ในท้องถิ่น ได้ถูกส่งออกสู่ตลาดอาเซียนเป็นครั้งแรก
การส่งออกสตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์หงเป่าในครั้งนี้ นับเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานสากลของสินค้าเกษตรเมืองเทียนสุ่ย และสะท้อนความก้าวหน้าของการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ในพื้นที่
สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์หงเป่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์คุณภาพที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 ตำบลหงเป่าได้ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพอย่างเป็นระบบ ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างการผลิตและการบริหารจัดการ พร้อมจัดตั้งสหพันธ์พัฒนาอุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีและสมาคมสตรอว์เบอร์รีอำเภอชิงสุ่ย เพื่อยกระดับมาตรฐานและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์
ในเดือนธันวาคม 2566 ได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์หงเป่า” อย่างเป็นทางการ พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่และเปิดช่องทางจำหน่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม WeChat รวมถึงก่อตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศเพื่อปูทางสู่ตลาดโลก ต่อมาในปี 2568 ได้รับการรับรองสวนผลไม้และโรงคัดบรรจุเพื่อการส่งออก รวมถึงมาตรฐานอาหารสีเขียวระดับ A ของประเทศ เสมือน “พาสปอร์ตสีเขียว” ที่ผลักดันให้สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์หงเป่าก้าวจากสินค้าท้องถิ่นสู่สินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว
ตำบลหงเป่า ถือเป็นต้นกำเนิดสำคัญของเกษตรโรงเรือนในอำเภอชิงสุ่ย ได้นำศักยภาพของทรัพยากรในพื้นที่มาต่อยอดเป็นแผนพัฒนาเกษตรกรรมแบบโรงเรือน ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างโรงเรือนเกษตรกว่า 1,188 หลัง บนพื้นที่กว่า 301 ไร่ และเริ่มก่อรูปเป็นเขตเกษตรกรรมแบบโรงเรือน 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนเพาะเห็ด โซนปลูกผัก และโซนปลูกสตรอว์เบอร์รี โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโฮ่วชวนที่มีหมู่บ้านอันผิงเป็นศูนย์กลาง ได้กลายเป็นแหล่งผลิตสตรอว์เบอร์รีคุณภาพสูงที่สำคัญของทั้งเมือง โดยเน้นปลูกสตรอว์เบอร์รี 4 สายพันธุ์ บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 109 ไร่ ให้ผลผลิตต่อปีมากกว่า 650 ตันต่อปี สร้างมูลค่ากว่า 30 ล้านหยวน
BIC เห็นว่า การที่จีนเริ่มส่งออกสตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูงสู่ตลาดอาเซียน สะท้อนการยกระดับภาคเกษตรจีนสู่การแข่งขันระดับสากล เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีเกษตร ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเป็นแนวทางให้ไทยได้ศึกษาและเร่งพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดภูมิภาค
ที่มา : https://www.gsei.com.cn/html/1644/2026-01-15/content-647815.html
***********************
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน
ผู้เรียบเรียง : ปภัชญา คูหาภินันทน์ (นักศึกษาฝึกงาน)
Office Hours : Mon-Fri, 09.00-12.00 hrs. and 13.30-17.00 hrs.
Consular Section
VISA inquiries : +(86-29) 6125 3668 ext 801 Monday - Friday 15.00 - 17.00 hrs.
Thai citizen, please contact (+๘๖) ๑๘๒๐๒๙๒๑๒๘๑ for an appointment.