“อุตสาหกรรมดอกไม้จีน” จากความงามสู่โอกาสเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน

“อุตสาหกรรมดอกไม้จีน” จากความงามสู่โอกาสเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน

วันที่นำเข้าข้อมูล 13 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 พ.ค. 2569

| 46 view

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เยี่ยมชมบริษัท Shaanxi Efay Horticulture Technology Co., Ltd. ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการเกษตรสมัยใหม่ อยู่ภายใต้บริษัท Shaanxi Jitai Urban New Agriculture Co., Ltd. ตั้งอยู่ที่เขตใหม่ซีเสียน นครซีอาน เป็นฐานเพาะปลูกดอกไม้ตัดดอกที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลส่านซี บริษัทฯ มุ่งพัฒนาเกษตรอัจฉริยะผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การบริหารจัดการโรงเรือนอัจฉริยะ ตลอดจนระบบการผลิตและโลจิสติกส์ ปัจจุบัน ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกไม้ตัดดอกทั่วทั้งจีน ซึ่งมีตลาดหลัก ได้แก่ กว่างโจว ฮ่องกง มาเก๊า และยังได้ส่งออกไปยังสิงคโปร์และเกาหลีใต้ด้วย

บริษัทฯ ได้นำคณะฯ เยี่ยมชมโครงการสวนสาธิตอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ มีพื้นที่กว่า 56,388 ตารางเมตร โดยโครงการดังกล่าวใช้ระบบโรงเรือนอัจฉริยะและระบบให้น้ำ–ปุ๋ยอัตโนมัติ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของจีนในการพัฒนาดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภายในโครงการได้ปลูก “ดอกหน้าวัว (彩掌)” กว่า 50 สายพันธุ์ มีผลผลิตประมาณ 5.5 ล้านดอกต่อปี ซึ่งเป็นดอกไม้ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และงานพิธีสำคัญ เนื่องจากมีอายุการปักแจกันยาวนานและไม่มีกลิ่นฉุน

ระหว่างการเยี่ยมชม ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้านการค้าดอกไม้ การลงทุนด้านเกษตรอัจฉริยะ และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับบริษัทจีน โดยบริษัทฯ เห็นว่า ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชเขตร้อนและไม้ดอกหลายชนิด ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในอนาคต

นอกจากนี้ คณะสถานกงสุลใหญ่ฯ ยังได้เยี่ยมชมโครงการ Jitai · Shangsongyuan เป็นโครงการที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “ต้นสน” และโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์สวนบอนไซสไตล์ราชวงศ์ถังเพื่อการพักผ่อน ภายในประกอบด้วยศูนย์นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ พื้นที่จัดแสดงพืชสวนตกแต่ง พื้นที่กิจกรรมบำบัดด้วยพืชสวน และทุ่งดอกไม้นานาพรรณ และยังเป็นตัวอย่างของการต่อยอดภาคเกษตรไปสู่ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” และ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”

สถานกงสุลใหญ่ฯ เห็นว่า การเยี่ยมชมในครั้งนี้สามารถสะท้อนแนวคิดการพัฒนา “เกษตร + เทคโนโลยี + วัฒนธรรม + การท่องเที่ยว” ของจีนได้อย่างชัดเจน และเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในด้านเกษตรมูลค่าสูง การพัฒนา Soft Power ผ่านดอกไม้และศิลปะการจัดดอกไม้ ตลอดจนการยกระดับภาคเกษตรสู่ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยกระดับภาคเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงในอนาคต

 

******************

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ